MELON
“สิ่งสำคัญในการปลูกเมล่อนคือ ต้องใส่ใจและมุ่งมั่น”
เมล่อนเป็นผลไม้ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แม้แต่เป็นพืชที่ปลูกยาก ไม่ทนโรคและแมลง ไม่ทนแดด ไม่ทนฝน และไม่ทนต่ออากาศหนาวจัด แต่ด้วยรสชาติหวานฉ่ำ เนื้อนุ่มมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ชวนให้ลิ้มลอง ใช้ระยะเวลาปลูกและเก็บเกี่ยวไม่นานอยู่ที่ราวๆ 80 วันหลังจากหยอดเมล็ดเท่านั้น ซึ่งถือว่าเก็บผลผลิตได้เร็วเมื่อเทียบกับไม้ผลชนิดอื่นๆ อีกทั้งยังได้รับผลตอบแทนหอมหวานพอๆ กับรสชาติของเมล่อนเลยทีเดียว ทำให้หายๆ คนอยากมาลองปลูกกัน ถือเป็นพืชอีกชนิดที่สร้างรายได้ให้เกษตรกรในระยะเวลาอันสั้ตนเลยก็ว่าได้
ปัจจุบันผู้บริโภคหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพและอาหารการกินกันมาก ความต้องการบริโภคพืชผักปลอดสารพิษก็มากขึ้นตาม การปลูกเมล่อนแบบไฮโดรโปนิกส์หรือการปลูกแบบไร้ดินในโรงเรียน เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่กำลังเป็นที่สนใจ นอกจากปลอดภัยต่อคนกินยังปลอดภัยต่อผู้ปลูก ที่สำคัญคือพืชผักปลอดสารพิษขายได้ราคาดีกว่าพืชที่ใช้ยาฆ่าแมลง แม้ขั้นตอนการปลูกจะยุ่งยากแต่ก็ปลอดภัยต่อผู้บริโภคและเกษตรกร ทั้งยังสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้การปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์ยังสามารถปลูกได้ในระยะชิดกว่าการปลูกในดิน และสามารถปลูกได้ต่อเนื่องกันโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการระบาดของโรคทางดินอย่างโรครากเน่าที่มักระบาดในฤดูฝนอีกด้วย

ถิ่นกำเนิด
เมล่อนมีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศแถบทวีปแอฟริกา ลักษณะคล้ายแตงไทย สามารถปลูกได้เกือบทุกภาคในประเทศไทย เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนปนทรายหรือดินที่ระบายน้ำได้ดีไม่ชอบน้ำขัง เพราะจะส่งผลให้เมล่อนติดเชื้อราได้ง่าย ชอบอากาศอบอุ่นถึงร้อนแต่ไม่ร้อนจัด ไม่ชอบฝนตกชุกและจะหยุดชะงักการเจริญเติบโตตั้งแต่ในระยะต้นกล้าเมื่อเจออากาศหนาวจัดดังนั้นหากปลูกเมล่อนในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมจึงจำเป็นต้องดูแลใส่ใจทั้ง ดิน น้ำ ปุ๋ย รวมถึงการป้องกันกำจัดโรคและแมลง อย่างใกล้ชิด อีกทั้งการเลือกสายพันธุ์ ก็เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *